Science Freedom

posted on 16 Nov 2008 23:56 by xxshinraxx

 อะไรสำคัญที่สุดในการเรียนสาย วิทย์-คณิต !



อะไรสำคัญที่สุดในการเรียนสาย วิทย์-คณิต !

มาอ่านลองอ่านกันดูนะครับ.....^^ พี่อาร์ม คิดว่า มันมีสาระดีนะ

สำหรับพวกที่เรียน สาย วิทย์ - คณิต เนี่ย ^^




"การเดินทางหมื่นลี้สำคัญที่ก้าวแรก" สุภาษิตจีนบทนี้

หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง

บ้างก็แค่ฟังผ่านๆ บ้างก็เก็บมาคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือแม้กระทั่งนำมาบูรณาการ

ใช้ในชีวิตประจำวัน...

แต่เอ่... แล้วมันนำมาใช้ในการเรียนม.ปลายได้หรือเปล่า?





"การเดินทางหมื่นลี้สำคัญที่ก้าวแรก"

ถ้าเป็นสุภาษิตของฝรั่งความหมายก็คงประมาณ

"การเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง"

ความหมายแปลจากคำไทยเป็นภาษาไทยตามประสา

คนที่ใช้คำทั่วๆไปไม่ค่อยสวยงามก็คือ

เวลาคิด หรือ ตั้งใจจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราก็ต้อง

มีการเตรียมตัวที่ดีเป็นทุนอยู่แล้ว ถ้ายังไม่มีก็ต้องหา

เมื่อทำงานดำเนินงานหรือ ลงมือ

ปฏิบัติก็สารมารถทำได้อย่างสะดวก มีปัญหาติดขัดน้อย

แล้วสำหรับเด็กม.ปลาย สาย วิทย์ - คณิต ล่ะ

การเริ่มต้นมันต้องเตรียมอะไรและเริ่มที่ไหน




โชคดีที่เป็นคนที่มีโอกาสได้ประสบพบเจอ

พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเด็กม.ปลาย

โดยเฉพาะสาย วิทย์- คณิต บ่อยมากมาตลอด 4 ปี

จึงได้รับรู้ข้อมูลอย่างหนึ่งคือ

การเริ่มต้นของเด็กส่วนใหญ่เมื่อ

ตอนเริ่มเข้า ม.4 การเตรียมเนื้อหาที่จะเรียนตอนเปิดเทอม

(อืม...อันนี้เยอะจริงๆ)

แต่ที่น่าตกใจคือ เด็กหลายคนบอกว่าเวลาไปซื้อหนังสือแบบเรียน

ที่ร้านหนังสือก็จะซื้อ "กุญแจ" ของแต่ละวิชามากด้วย

(น่าจะเป็นกุญแจไขสู่ทางเบี่ยงลงเหว)

กล่าวโดยร่วมคือ เด็กจะเตรียมทางด้านวิชาการเป็นส่วนมาก

...ถามว่าผิดหรือเปล่า อันนี้ไม่บอกแต่ลองคิดดู

(คนที่อ่านเริ่มสงสัยว่ามันไม่ถูกได้อย่างไร)




ถามเด็กอีกครั้งว่า "คิดว่าวิชาไหนในสายวิทย์ - คณิต ยากที่สุด"

คิดเป็นสัดส่วนคร่าวๆคือ

1.ฟิสิกส์ ร้อยละ 55 (T^T)

2.คณิต ร้อยละ 20

3.เคมี ร้อยละ 16

4.ชีววิทยา ร้อยละ 9

(ข้อมูลจากที่สำรวจมาเอง คร่าวๆนะครับ)

น่าน...ฟิสิกส์ ทิ้งห่างชาวบ้านชาวช่องมากมาย

พอถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ชอบ ฟิสิกส์ เอาที่ได้ยินบ่อยๆ

"รุ่นพี่บอกว่ามันยาก" เป็นประโยคที่แทงข้างหลังทะลุถึงลิ้นปี่เลย

เด็กยังไม่เคยเรียนวิชานี้เลย แต่กลับตอบว่ายากพร้อมเหตุผลดังกล่าว

เลยคิดว่าคิดว่า สิ่งเด็กม.ปลายสาย วิทย์-คณิต น่าจะเตรียมอย่างแรกเลยคือ




"ความรู้สึก"(Emotion)


ยกตัวอย่าง

ถ้าเราไปถามคนอังกฤษว่าพูดไทยได้มั้ย

เขาจะตอบกลับมาทันที่ว่า "Yes, I can" จากนั้นเขาก็พูดมาประมาณ

"สาหวัดคับ โผมร๊ากคูน คูนร๊ากโผมไม๊"

แถมพูดอย่างยืดอกพูดใจประมาณเจ้าของภาษา

ในทางตรงข้ามถ้าเป็นคนไทยว่าพูดอังกฤษได้มั๊ย

จะตอบไปก่อนเลยว่า "โน ไอ แค๊ท"(สำเนียงอ่านบทความสุดๆ)

ความแตกต่างคือ ฝรั่งถ้าเขาพูดได้บ้าง

เขาจะคิดว่าเขาพูดภาษานั้นได้

แต่ คนไทยจะคิดว่าพูดได้นั้น

คือ ต้องพูดได้แตกฉาน ฟังแล้วเข้าใจ

ทุกอย่างคือความรู้สึกทั้งนั้น

ที่นี้ถ้าเรากลับมาคิดว่า



"ฟิสิกส์ กูก็คิดออก มันง่ายนิดเดียว"


อคติก็จะหายไป ทัศนคติก็ดีดเด้งพุ่งกระสูด

สมองก็จะเปิดรับได้ง่ายขึ้น

ถึงแม้ว่าเจอโจทย์ยากคิดไม่ออก

ก็จะกล้า ยกมือถามอาจารย์ที่น่ารักว่า

"อาจารย์ครับ/ค่ะ โจทย์ข้อนี้ ผม/หนู รู้สึกว่ายังเข้าไม่ถึงประเด็ดรบกวนอธิบายอีกครั้ง"

ถ้านักเรียนอย่างนี้ อาจารย์ปกติ ย้ำว่าปกติ ทุกท่าน

ยินดีอธิบายด้วยรอยยิ้มไม่หุบเลยล่ะครับ




"ความรู้สึก" สำคัญต่อการเรียนมากๆ

ถ้าเรียนอย่างไร้ความรู้สึก

หรือเรียนอย่างเสียความรู้สึก

มันก็น่าสงสารเกินไปสำหรับผู้เรียน



ก่อนอื่นก็คิดได้จาก

ส่วนลึกของใจ ว่า "ฟิสิกส์ง่ายนิดเดียว"




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 15 Nov 2008 08:23 by xxshinraxx

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก